วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จริยธรรมสารสนเทศและสิทธิทางปัญญา

จริยธรรมสารสนเทศและสิทธิทางปัญญา

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง การกระทำผิดทางอาญาในระบบคอมพิวเตอร์หรือการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกระทำผิดทางอาญา เช่น ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น
ตัวอย่างของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือการขโมยข้อมูลในบัตรATMในขณะที่ผู้เป็นเจ้าของบัตรได้ทำธุรกรรมต่างๆที่มีอุปกรณ์ สกิมเมอร์ ติดตั้งอยู่ที่ตู้ ATM เป็นต้น
Hacker หมายถึง บุคคลผู้ที่เป็นอัจฉริยะ มีความรู้ในระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีสามารถเข้าไปถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์โดยเจาะผ่านระบบ รักษาความปลอดภัยของ คอมพิวเตอร์ได้ แต่อาจไม่แสวงหาผลประโยชน์

  Cracker หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีจนสามารถเข้าสู่ระบบได้เพื่อเข้าไปทำลายหรือลบแฟ้มข้อมูลหรือทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายรวมทั้งการทำลายระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์

  สแปม (Spam) คือ การส่งอีเมล์ที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับการสแปมส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัยหรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็วหรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฎหมายผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการส่งไม่มากนักแต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้รับอีเมล์นั้น

  ม้าโทรจัน (Trojan horse) หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกบรรจุเข้าไปในคอมพิวเตอร์ เพื่อลอบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆโดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าวแล้วนำไปใช้ในการเจาะระบบและเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์,เซิร์ฟเวอร์,หรือระบบเครือข่ายอีกทีซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อการโจมตีเพื่อ"ปฏิเสธการให้บริการ"(Denial of Services)

  สปายแวร์(Spyware) คือ โปรแกรมที่แฝงเข้ามาในคอมพิวเตอร์ขณะที่คุณท่องอินเตอร์เน็ต ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล, ที่อยู่,E-Mail Address และอื่นๆซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่างๆเช่นPasswordหรือ หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องของคุณอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป spyware อาจเข้ามาเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้คุณใช้อินเตอร์เน็ทไม่ได้เลย

ตัวอย่างกฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550
    มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ

“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่งหรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

“ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิดต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น
"ผู้ให้บริการ" หมายความว่า

      (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น      (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

"ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

การกระทำผิดและบทลงโทษ
  1. หากเจ้าของระบบหรือข้อมูลไม่อนุญาตแต่มีผู้แอบไปใช้ในระบบหรือพื้นที่มีความผิดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
  2. หากแอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นแล้วเที่ยวไปป่าวประกาศให้ผู้อื่นรู้หรือทราบวิธีการเข้าระบบนั้นๆ จำคุกไม่เกิน 1 ปี
  3. ข้อมูลของผู้อื่นที่เขาเก็บรักษาไว้แต่แอบไปล้วงข้อมูลของเขามา จำคุกไม่เกิน 2 ปี
  4. ในกรณีที่ผู้อื่นส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบส่วนตัวผู้ที่ไปดักจับข้อมูลมา จำคุกไม่เกิน 3 ปี
  5. ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้อื่นทำงานอยู่แต่มีคนไปปรับเปลี่ยนข้อมูลหรือแก้ไขจนผิดเพี้ยนไปจากเดิมหรือทำให้เกิดความเสียหาย จำคุกไม่เกิน 5 ปี

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทที่3

  1.ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเลคทรอนิคส์แบ่งได้ 3 วิธี คือ
1.1 ขั้นเตรียมข้อมูล (input) เป็นการจัดเตรียมข้อมูลที่ให้สะดวกต่อการประมวลผลมี 4 วิธี
·       การลงรหัส
·       การตรวจสอบ
·       การจำแนก
·       การบันทึกข้อมูลลงสื่อ
1.2 ขั้นตอนการประมวลผล (Processing) คือ เป็นการนำเอาโปรแกรมที่เขียนขึ้น มาใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้เตรียมไว้และข้อมูลยังคงเก็บอยู่ใน คอมพิวเตอร์ ซึ่งป็นวิธีการผลิตสารสนเทศต่างๆ เช่น
·       2.1 การคำนวณ
·       2.2 การเรียงลำดับข้อมูล
·       2.3 การสรุป
·       2.4 การเปรียบเทียบ
1.3 ขั้นตอนการแสดงผลลัพธ์ (Output) เป็นขั้นตอนการเผยแพร่สารสนเทศให้กับผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร รายงาน การนำเสนอบนจอภาพ โดยการใช้คอมพิวเตอร์

  2.จงเรียงลำดับโครงสร้างข้อมูลจากขนาดเล็กไปใหญ่ พร้อมอธิบายความหมายของโครงสร้างข้อมูลแต่ละแบบ
1)      บิต (Bit) เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลเลขฐาน 2 คือ 0,1
2)      ไบต์ (Byte) เรียกว่า ตัวอักขระ ,ตัวอักษร คือการนำบิตมารวมกัน
3)      ฟิลด์ (Flied) คือ การนำไบต์หลายๆไบต์รวมกันเป็น เรียกว่าเขตข้อมูล
4)      เรคคอร์ด (Record) คือ การนำเอาฟิลด์หลายๆฟิลด์มารวมกัน เรียกว่าระเบียน
5)      ไฟล์ (Flies) คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน เรียกว่า แฟ้มข้อมูล
6)      ฐานข้อมูล (Database) คือ การนำไฟล์หลายๆ ไฟล์มารวมกัน เรียกว่าฐานข้อมูล

  3.หากนำเอาระบบฐานข้อมูลมาใช้ในหน่วยงานที่นักศึกษาทำงานอยู่ สามารถมีระบบใดบ้าง และระบบฐานข้อมูลนั้นมีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไร
รูปแบบของระบบฐานข้อมูล มีอยู่ 3 แบบ คือ
1)      แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น (Hierarchical Database Model)
2)      แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network Database Model)
3)      แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model)
ระบบฐานข้อมูลนั้นมีประโยชน์ต่อองค์กรคือ
1)      ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลสามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน
2)      หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล
3)      รักษาความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล
4)      กำหนดระบบรักษาความปลอดภัย,กำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันได้
5)      เกิดความอิสระของข้อมูล

  4.จงอธิบายความแตกต่างระหว่างการประมวลผลข้อมูลแบบแบชและแบบเรียลไทม์
1)      การประมวลผลแบบแบตซ์  (Batch  Processing)   คือ การประมวลผลข้อมูลที่ได้ทำการเก็บรวบรวมไว้เป็นชุดข้อมูล  แล้วจึงนำส่งข้อมูลเหล่านั้นไปทำการประมวลผลข้อมูลพร้อมกันทั้งหมดทีเดียวซึ่งระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้เพื่อรอการประมวลผล  อาจจะเป็นรายวัน  รายสัปดาห์  รายเดือน  หรือรายปี  เป็นต้น  เช่นการประมวลผลการเสียภาษีประจำปี   การคิดดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร
2)      การประมวลผลแบบเรียลไทม์  (Real - Time Processing)  คือ  การประมวลผลทันทีทุกครั้งที่มีการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ  บางทีอาจจะเรียกว่า  การประมวลผลแบบ  Transaction  Processing   เช่น  ระบบเงินฝาก  -  ถอนเงินด้วย  ATM  ของธนาคาร  ระบบสำรองที่นั่งในเครื่องบิน  ระบบการตัดยอดสินค้าคงคลังทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า  เป็นต้น


          การประมวลผลข้อมูลทั้งสองวิธีขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานของระบบว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องทำการประมวลผลทันทีหรือสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นกลุ่มก่อนแล้วจึงทำการประมวลผลพร้อมกันทีเดียว  เช่น  การประมวลผลการเสียภาษี  จะทำการประมวลผล  1  ปีต่อครั้ง  เนื่องจากการคิดภาษีเป็นการคิดจากรายได้ตลอดปี  แต่การตัดยอดบัญชีเงินฝากของลูกค้าจำเป็นที่จะต้องทำการประมวลผลทันทีทุกครั้งที่มีการฝากหรือถอนเงิน  เพื่อทราบยอดคงเหลือที่ลูกค้ามีอยู่  ณ  ปัจจุบัน  เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทที่2

(1)อธิบายความหมาย   

1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์                         ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่อง คอมพิวเตอร์ เมนบอร์ด(Main board) และอุปกรณ์ต่อพ่วงรอบข้างที่เกี่ยวข้อง
  2. ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม(Program) หรือชุดคำสั่งที่ควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้       ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ                                                                                                                                                          ซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท(Software)                                                                                                               2.1ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ทำหน้าที่จัดการและควบคุมทรัพยากรต่างๆของคอมพิวเตอร์                      และอำนวยความสะดวกด้านเครื่องมือสำหรับการทำงานพื้นฐานต่างๆตั้งแต่ผู้เริ่มใช้เปิดคอมพิวเตอร์                 2.2ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึงซอฟต์แวร์ที่สร้างหรือพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในงาน                  ด้านใดด้านหนึ่งโดย เฉพาะตามผู้ใช้ต้องการ
  3.บุคลากร (People ware) หมายถึง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่างๆและผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ในหน่วยงานนั้น               บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีความสำคัญมากเพราะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ นั้นต้องมีการ             จัดเตรียมเปลี่ยนระบบจัดเตรียมโปรแกรมดำเนินงานต่างๆ
  4.ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ              โดยอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มา           จากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญาลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมี            ความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อนักเรียน  เพศ  อายุ เป็นต้น
  5.สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ถูกกระทำให้มีความสัมพันธ์หรือความหมายนำไปใช้                      ประโยชน์ได้ เช่น การเก็บข้อมูล การขายรายวันแล้วนำการประมวลผล เพื่อหาว่าสินค้าใดมียอดขายสูงที่สุด         เพื่อจัดทำแผนการขายในเดือนต่อไป

(2) หากเป็นเจ้าของธุรกิจ 

ร้านขายของสะดวกซื้อ ได้มีการนำเอา Peopleware คือ บุคลากรมาใช้ในการคิดราคาสินค้าแต่ละรายการ อีกทั้งยังมี Hardware คือ เครื่องคิดเงินแบบมีลิ้นชักเก็บเงินมาใช้ เวลาผู้มาใช้บริการ(ลูกค้า)นำสินค้ามาคิดราคา พร้อมกับการนำ Software มาให้บริการในการเติมเงินโทรศัพท์แบบออนไลน์ได้ ณ จุดที่ชำระค่าสินค้าด้วย
(3)รูปแบบระบบสารสนเทศ
สวนผลไม้มีผลไม้
ก7ชนิด
ข4ชนิด
ค8ชนิด
ง3ชนิด
จ2ชนิด
ฉ9ชนิด

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (Technology) คือ  การใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เครื่องมือ หลักการ ความคิด และเทคนิคต่างๆที่มีการจัดวางระเบียบไว้แล้วมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้งานที่ทำนั้น เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น เดิมบริษัทใช้เทคโครกราฟมีลักษณะเป็นจานกระดาษในการคำนวนหาระยะทางในการขนส่งสินค้าของบริษัท ในปัจจุบันเริ่มนำเอาระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก หรือ GPS ย่อมาจากคำว่า Global Positioning System มาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

สารสนเทศ (Information) คือ ข้อมูล ทีผ่านการจัดเก็บ รวบรวม และเรียบเรียง เพื่อให้เกิดความสะดวกเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้งาน เช่น ข้อมูลจาก ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก หรือ GPS ผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลในเรื่องของ ระยะทางที่วิ่ง/วัน/เดือน ปริมาณการใช้น้ำมัน/วัน/เดือน เป็นต้น เพื่อหาระยะทางวิ่งที่ใกล้และปลอดภัยที่สุด เป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)  คือ  การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้งานที่เกี่ยวกับการประมวลข้อมูล ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับเทคโลโลยีการสื่อสารเพื่อช่วยเกี่ยวกับการสื่อสารและการส่งผ่านข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น การติดตามด้วยระบบ GPS สารมารถดูผ่านคอมพิวเตอร์ได้ สามารถดูระยะทางว่าเหลืออีกกี่กิโลเมตรจะถึงโรงงานลูกค้า เป็นต้น

ข้อมูล (Data)  คือ  ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ คน สิ่งของ ฯลฯ ที่เราสนใจและสามารถนำมาใช้งานได้ เช่น ก่อนลงสินค้า จะมีการโทรแจ้งน้ำหนักการชั่งทุกครั้งที่น้ำหนักไม่ตรงกับใบชั่งที่ทางบริษัทออกให้กับคนขับรถ และ หลังลงสินค้า หากน้ำหนักที่ลงไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในใบน้ำหนักของทางบริษัท ก็จะทำการเก็บข้อมูลของเครื่องชั่งลูกค้าไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในเรื่องส่วนต่างน้ำหนักสินค้า

ฐานความรู้ (Knowledge) คือ สารสนเทศที่ได้จัดเป็นโครงสร้างความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ ความเชียวชาญ และมีคุณค่า เพื่อใช้แก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน่างๆได้ เช่น ในการชั่งน้ำหนักสินค้าแต่ละที่ส่วนใหญ่บริษัทจะเสียผลประโยชน์ จึงได้นำเอาข้อมูลของเครื่องชั่งแต่ละที่มาวิเคราะห์เพื่อไม่ให้บริษัทเสียผลประโยชน์ และเป็นการรักษาไว้ซึ่งคุณภาพและปริมาณของสินค้าด้วย จึงให้คนขับรถสังเกตตำแหน่งของการจอดรถบนตราชั่งทุกครั้ง เพื่อหาจุดจอดที่ Balance เมื่อได้จุดจอดที่แน่นอนแล้วก็ทำการแจ้งคนขับที่เหลือให้จอดในตำแหน่งทีใกล้เคียงที่สุดต่อไป และทำบันทึกเป็นไว้ เป็นต้น

โครงสร้างสารสนเทศ ประกอบด้วย

  ระดับล่างสุด  เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานประมวลผลข้อมูล เป็นการดำเนินงานประจำวันภายในองค์กร เช่น การบันทึกจำนวนเบิกของ-จ่ายของ การบันทึกเกี่ยวกับการเดินทางส่งสินค้าของรถ เป็นต้น

  ระดับสอง  เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการวางแผน-ตัดสินใจ และควบคุมสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับงานประจำวัน เช่น การวางแผนเพื่อนำรถเข้าเช็คตามระยะที่กำหนดไว้ในแต่ละครั้ง เป็นต้น

  ระดับสาม  เป็นการใช้คอมพิวเตอร์จัดทำสื่อสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับกลางเพื่อใช้ในการจัดการและวางแผนระยะสั้น เช่นสื่อสารสนเทศที่เป็นรายงานสุดเป้าหมายประจำเดือน เป็นต้น

  ระดับที่สี่  เป็นการใช้คอมพิวเตอร์จัดทำสื่อสารสนเทศำหรับผู้บริหารระดับสูง สำหรับใช้วางแผนในระยะยาว เช่น สื่อสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า แนวโน้มด้านการตลาด สถานะคู่แข่งการตลาด เป็นต้น

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ  ประกอบด้วย

  ยุคการประมวลผลข้อมูล เป็นยุคแรกๆในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวัตถุประสงค์ คือ การคำนวณและการประมวลผลข้อมูลประจำวัน เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เช่น การเก็บรักษาบันทึกต่างๆ เป็นต้น

  ยุคระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เป็นยุคที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ควบคุม ดำเนินการ การติดตามผล และวิเคราะห์งานของผู้บริหาร เช่น รายงานยอดการจัดส่งสินค้า เป็นต้น

  ยุคระบบจัดการทรัพยากรสารสนเทศ เป็นการใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการนำองค์กรไปสู่เป้าหมาย คือ ความสำเร็จ

  ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ  เป็นการใช้ระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นเครื่องมือในการจัดทำระบบสารสนเทศ โดยเน้นความคิดของการให้บริการสารสเทศแก่ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น อินเตอร์เน็ตความ
เร็วสูง เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัว ธนิก จิรธนีภาวี

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ-ชื่อสกุล                                                   ธนิก  จิรธนีภาวี
วันเดือนปีเกิด                                               04  พฤษภาคม   2523
ประวัติการทำงาน                                       ทำงานที่บริษัท TPI และเปลี่ยนชื่อเป็น IRPC
                                                                โทรศัพท์มือถือ 086-835-8555
                                                                        E-mail: tharnig2@gmail.com
สิ่งที่ชอบทำยามว่าง                                  ดูฟุตบอล ทีม PTT Rayong FC เล่นเกม เล่นกีฬา